วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

2 คำที่มีความหมาย...




หนึ่งคำ.....มาจากความรู้สึกทั้งหมดที่มี
...อีกหนึ่งคำ....มาจากความรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำ...


"รัก"


คำนี้จะมากด้วยความหมาย......ถ้าออกมาจาก
"หัวใจ"จริง-จริงเอ่ยคำ-คำนี้ ให้คนของใจ
มากแค่ไหนกัน?บางคนเก็บไว้.....ทั้ง-ทั้ง
ที่อีกฝ่ายต้องการที่จะได้ยิน...บางคนบอกบ่อยเกินไป....
จนอีกฝ่ายรู้สึกว่าง่ายเกินไป...บอกรักแค่ไหนกัน
ถึงจะพอดี...คิดว่า.....คงต้องดู"คนของใจ"
เป็นสำคัญความใส่ใจในตัวเขาทั้งการกระทำและความรู้สึก.......
จะทำให้เรารู้จักเขาเป็นอย่างดีและก็จะรู้ว่า
เราควรจะบอกรักได้บ่อยมากแค่ไหนบางทีความใส่ใจ
เล็ก-เล็ก...น้อย-น้อย....ที่หลาย-หลายคนมองข้ามไป.....
อาจกลายเป็นส่วนหนึ่ง...ที่ทำให้เขาประทับใจในตัวเรา...
แบบไม่มีวันลืมก็ได้.....





"ขอโทษ"

คำนี้เป็นคำที่สามารถสานสายสัมพันธ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์...
ไม่เข้าใจกัน..........ขอโทษเพื่อปรับความเข้าใจกัน
เข้าใจผิดกัน.........ขอโทษพร้อมคำอธิบาย
แต่เช่นกันกับคำว่ารัก....ถ้าออกมาจาก"หัวใจ" จริง-จริง...
ถ้าไม่บอกบ่อยครั้ง....จนเกินความพอดี...
ถ้าไม่เคยเอ่ยออกมาเลย.....เพราะทิฐิที่มี....
ฉันรู้แต่ว่า.....ถ้าฉันทำให้เขาโกรธ...
ฉันจะขอโทษ.....และอธิบายให้เข้าใจฉันจะพูด
เพื่อความเข้าใจกัน....ฉันจะพูดเพื่อความรักของเรา....
กว่าเราจะคบกันมาได้นานและรักกันได้อย่างนี้....
ถ้าต้องจบลงเพราะเรื่องเดิม-เดิม
แต่ละเลยที่จะปรับความเข้าใจกัน....
คงต้องถามตัวเองแล้วว่า.....นี่เราไม่ได้รักเขาเหรอ.....
นี่เราไม่ได้ใส่ใจความรักของเราเหรอ....เพียงแต่พูดคำว่า
"ขอโทษ"

พร้อมกับ"คำอธิบาย"....ไม่กี่ประโยคทำไม่ได้เหรอไง...
ความผิดที่ดูว่ามากมาย.....และเราก็รู้สึกผิดมากเช่นกันนั้น
บางครั้งก็สามารถแก้ได้ด้วยคำว่า

"ขอโทษ"

เพียงคำเดียว....ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วว่าจะใช้คำว่า
"รัก..." และ "ขอโทษ...."
ให้มากค่าแค่ไหน.........ระหว่างใจ 2 ใจ....
ให้บ่อยครั้งมากแค่ไหน....
ในช่วงเวลาที่คบกันแต่เชื่อเถอะว่า.....คำ 2 คำนี้
ห้ผลทางบวกระหว่างคน 2 คน ได้เป็นอย่างดี....


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆซึ้งๆ จาก......


10 นิสัย ที่ไม่ควรเอามาใช้ กับคนรัก


เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะเอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองน้อย แต่ความจริงแล้วเอาแต่ใจตัวเองมากๆ ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย

1. เอาแต่ใจตัวเอง
เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะเอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองน้อย แต่ความจริงแล้วเอาแต่ใจตัวเองมากๆ ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย
2. ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป
การที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่า คุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขาในลักษณะที่เป็นเงาตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลาส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกัน
3. หึงแบบไร้ขีดจำกัด
คงจะห้ามกันได้ยาก เรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างนะคะ ไม่ใช่ว่าเพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว บางคนเข้าขั้นโทรเช็คตลอดเวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมากค่ะ
4. บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะ
ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้เขามาง้อเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นค่ะ แต่หลังๆ ล่ะก็ เอ้า.. อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่าค่ะ
5. ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น
ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง บางครั้งอาจทำเพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอนเฟิร์มว่า คุณเองก็มีค่าสำหรับพวกเขา แต่ต้องระวังนะคะ เพราะมองอีกมุม คือคุณไม่แคร์ ความรู้สึกของเขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันไปทำไม
6. เชื่อเพื่อนมากเกินไป
บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะค่ะ เพราะจากที่เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ก็กลับกลายเป็นว่า คุณไปตัวติดกับแฟนแทน
7. โกรธแล้วไม่พูดด้วย
เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกรากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อาการแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความเข้าใจผิด แล้วไม่พูดกัน ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้
8. นัดแล้วไม่เป็นนัด
การเลื่อนนัด ประเภทเลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบ นัดเช้ามาบ่าย นัดบ่ายมาเย็น อาการแบบนี้เนี่ย บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิกรอตลอดไปเลยก็มีนะคะ
9. พูดจาข่มกันต่อหน้าคนอื่น
อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการทะเลาะกันได้ ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้ค่ะ
10. โกหก
บางคนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มาที่ให้ข้อมูล

5 เทคนิค พิชิตใจชาย


ต่อให้สไตล์ความชอบผู้หญิงในมุมมองของผู้ชายจะมีมากมายหลากรูปแบบ ประเภทที่บางรายอาจชอบสาวเปรี้ยว สาวห้าว สาวแกร่ง สาวน้อย คิกขุหวานแหวว สาวนุ่มนิ่มเรียบร้อย หรือสาวช่างฝันก็ตามแต่หากถามว่า ผู้หญิงแบบไหนที่ผู้ชายสามารถรักได้ไม่ยากนี่สิ คงต้องคิดหนักว่าแบบฉบับเวอร์ชั่นไหนถึงจะถูกใจทำให้ชาย หลงใหลได้ปลื้มจนเกิดอาการปิ๊งได้ คงต้องมีสูตรลับพิเศษที่จะช่วยเสริมแต่งให้กับสาวๆ ทุกสไตล์ แอบเก็บเอาไปไว้ใช้เป็นคุณสมบัติพิเศษทำเก๋ให้คุณผู้ชายได้ใฝ่ฝันถึงเคล็ดลับที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้หญิงมีเสน่ห์จนเพศตรงข้ามเกิดอาการสะดุดรักได้ไม่ยาก


1.เอาใจเก่ง

เสน่ห์ของหญิงข้อนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่คุณๆทั้งหลายรู้ดี แต่ก็ไม่ค่อยมีใครทำกันสักเท่าไหร่ เพราะมัวหยิ่งบ้างไม่กล้าบ้าง แบบนี้เห็นทีต่อให้เริดแค่ไหน ถ้าขาดนิสัยความเป็นสาวช่างเอาอกเอาใจ ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีใครชอบหรอก เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนปรารถนา


2.เปิดเผย

ข้อนี้สาวขี้อายอาจมีปัญหา แต่การเปิดเผยไม่ได้หมายความว่าจะต้องถึงขั้นทำตัวห้าวหาญแต่อย่างใด การเปิดเผยในที่นี้หมายถึงให้คุณแสดงความจริงใจบ้างเล็กๆน้อยๆเพื่อบอกให้เขารู้ว่าคุณชอบเขา ทำอะไรอย่าเหนียมมากไป ร้อนก็บอกว่าร้อน เผ็ดก็บอกว่าเผ็ด กล้าคุยเรื่องหน้าแตกของตัวเองให้เขาฟังบ้าง คุณจะดูเป็นคนอบอุ่นและไม่มีลับลมคมในอะไรซ่อนไว้


3.ปราดเปรียว

ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงที่อืดอาดเกินเหตุ แม้ใจจะยังปรารถนาแม่ศรีเรือนผู้งามพร้อม เพราะยุคสมัยนี้ ความคล่องแคล่ว ปราดเปรียวนี่ละ ที่เป็นเสน่ห์หนึ่งของผู้หญิงยุคใหม่


4.อารมณ์ขัน

ไม่ว่าสเปกของเขาจะชอบสาวเงียบขรึมหรือสาวแข็งกระด้าง อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย ผู้ชายจะเซ็งคุณได้สักวัน เมื่อเขารู้สึกว่าอยู่กับคุณแล้วโลกไม่สดใส สักวันหนึ่งเขาคงจะตีจากแต่คุณไม่จำเป็นต้องตลกโจ๊กเป็นตลกมืออาชีพหรอก เพียงแค่รู้จักเล่าเรื่องสนุกๆขำๆบ้าง หัวเราะร่าเริงเมื่อคนอื่นคุยเรื่องตลก ไม่ใช่หน้าแข็งอารมณ์เดียวตลอดเวลาจะทำให้น่าเบื่อที่สุด และไม่ใช่นั่งนินทาใครให้คนหัวเราะ เพราะผู้หญิงขี้นินทาไม่มีเสน่ห์นักหรอก


5.เข้าใจง่ายควรมองโลกในแง่ดี

ไม่เจ้าปัญหาจนน่ารำคาญ หัดเป็นคนง่ายๆไม่จู้จี้จุกจิกมากเกินไป การแสดงความเข้าใจในเรื่องต่างๆได้ดี เป็นการแสดงถึงนิสัยใจคอของคุณเองที่คนพิเศษของคุณจะเห็นได้ทันที และทำให้เขาเชื่อใจคุณ เพราะคุณเข้าใจเขาได้ดี มีเรื่องอะไรเขาก็จะเปิดเผยให้คุณรู้ และชอบที่จะนั่งสนทนากับผู้หญิงที่เปี่ยมเสน่ห์แบบคุณ





ลองทำดูถ้าคุณทำได้คนรักของคุณไม่ไปไหนไกลอย่างแน่นอน




ขอขอบคุณที่มาที่ให้ข้อมูล


วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ช่วงเวลาแห่งความรัก

ช่วงที่ 1 : ความฝัน




ตอนเริ่มคบกันแรกๆ คุณรู้สึกหลงใหลในตัวเขา จนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอย่างอื่น คงเคยมีบ้างหรอก ที่คุณเฝ้าแต่วาดรูปหัวใจมีศรปักอก แล้วสลักชื่อคุณกับเขาลงไป เดินไปยิ้มไปคนเดียวด้วยความคิดถึงเขา เวลาคุยกับเพื่อน ไม่พ้นเรื่องของเขาอีกนั่นแหละ จนเพื่อนๆ เบื่อหน่ายในช่วงที่คุณตกหลุมรักตอนแรกๆ ยากจะบอกได้ว่าความรักของคุณจะยืนยาวต่อไปหรือไม่ เพราะท่าทางพึงพอใจโดยเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก โดยไม่คำนึงถึงความรักเท่าใดนักบางทีเขาอาจจะทำเรื่องที่เหลวไหลหรือแย่แค่ไหน คุณก็มองไม่เห็น เพราะความหลงยังบังตาอยู่ แม้ความจริงเป็นสิ่งโหดร้ายแต่เราต้องยอมรับ เมื่อคุณพบแต่เนิ่นๆ ว่า เขาไม่ควรค่าแก่การที่คุณจะต้องเสียเวลากับเขา ดังนั้นในตอนที่ความรักยังหวานชื่นอยู่นั้น ต้องพยายามรักษาสมองให้ปลอดโปร่ง อย่ารักจนโงหัวไม่ขึ้น คำถามง่ายๆ ที่คุณควรถามตัวเองเบื้องต้นก่อน เช่นเขาอ่อนหวานไหม อารมณ์รุนแรงหรือไม่ สิ่งที่เขาปฏิบัติต่อคุณเป็นสิ่งที่คุณชอบหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือ ไม่แน่ใจ ก็ต้องทบทวนแล้วว่าความสัมพันธ์ของคุณจะเกิดปัญหา ในอนาคตหรือเปล่า แต่ช่วงการตกหลุมรักอย่างเป็นบ้าเป็นหลังนั้นไม่ใช่ช่วงที่ยืนยาวนัก บางครั้งหากความสัมพันธ์สนิทชิดเชื้อเกินไป เกิดร้าวรานได้ง่าย และหนุ่มสาวหลายคู่ทีเดียวที่เลิกรากันในช่วงนี้


ช่วงที่ 2 : เผชิญความจริง





ช่วงนี้เป็นระยะที่คล้ายกับคุณร่อนจากฟ้ามาสู่ดิน ถ้าคุณบินยิ่งสูงโอกาสตกลงมายิ่งแรง ซึ่งต้องเตรียมไอน์สไตน์หรือแฟรงเกนสไตน์ มิฉะนั้นโอกาสที่คุณจะลุ่มหลง รูปลักษณ์ภายนอกเขาสูงกว่ามันสมองเขาแน่ จากตรงจุดนี้ คุณจะเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น เช่น เขาเล่าเรื่องตลกให้ฟังในขณะที่ข้าวยังเต็มปากอยู่ คุณเริ่มมองเห็นความไม่น่ารักเสียแล้ว คุณอาจพบเรื่องน่าเบื่อ หรือไม่เข้าท่าหลายอย่างของเขา จุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ทำให้คุณเลิกรากับเขาได้ ทั้งที่ตอนแรกคุณประทับใจเขาไปหมด ทั้งรูปร่างหน้าตา กิริยาท่าทาง การแต่งตัว พอมาถึงช่วงนี้ ทำไปทำมาหลายสิ่งหลายอย่างเริ่มขัดหูขัดตามากขึ้น ขณะที่เขา ก็มีอาการไม่ต่างไปจากคุณเท่าใดนัก ดังนั้นในช่วงที่คุณลังเลว่าจะไปจากเขาหรือเปล่า ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ทดสอบคุณทั้งสองได้ดีที่สุดลองพิจารณอย่างรอบคอบว่า จุดบกพร่องของเขา จะนำไปสู่การแตกแยกในที่สุดไหม หรือเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ที่ไม่ตรงกับความสมบูรณ์แบบที่คุณจินตนาการหรือคาดหวังไว้ ถ้าคุณรักเขาจริงๆ เรื่องดังกล่าวไม่น่าเป็นอุปสรรคมากเท่าใด และจำเป็นต้องพิจารณาว่าข้อเสียเหล่านี้ จะทำให้ความรักของคุณดำเนินต่อไปได้หรือไม่ ถ้าคุณตัดสินใจที่จะให้โอกาสทั้งสองฝ่ายควรพูดจาเปิดอกกัน จะมีประโยชน์กว่า หรือแม้กระทั่งการใช้อารมณ์ขันเข้าช่วยบางครั้ง หากคิดว่าข้อเสียของเขามากจนกลบข้อดีเกือบหมด โบกมือลาคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ช่วงที่ 3 : โลกของคนสองคน





เมื่อคุณโชคดีผ่านสองช่วงแรกมาได้ แสดงว่า ความรักเขาสู่ภาวะที่มั่นคงแล้ว กลายเป็นโลก ของคนจะนำมาใช้เรียกคุณกับเขาในตอนนี้ และคำว่า "ฉันรักคุณ" ก็เหมาะกับช่วงนี้เช่นกัน เขาจะเป็นคู่ครองตัวจริงของคุณ รักและห่วงใยกันเสมอ มีความใกล้ชิดสนิทสนม และให้ความอบอุ่นซึ่งกันและกันได้ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนที่คุณอยากจุมพิตเพียงคนเดียว ระบายความในใจและปรึกษาหารือกันได้ เริ่มวางแผนจะก่อร่างสร้างครอบครัวในอนาคตไม่ว่าอุปสรรคใดมาขวางกั้น ก็พร้อมต่อสู้และเป็นกำลังใจให้กัน ทว่ามาถึงขั้นนี้ ยังไม่รับประกันว่า คุณจะครองคู่กันเป็นนิรันดร์ได้ในช่วงนี้คุณจึงต้องดูว่า เขามีความคิดเข้ากับคุณได้ไหม รับผิดชอบมากเท่าไร ยังรักที่จะใช้ชีวิตโสดร่วมกับเพื่อนๆ มากกว่าคุณหรือเปล่า ถ้าคำตอบในคำถามดังกล่าวยังไม่แน่นอน แสดงว่าความสัมพันธ์ยังไม่แน่นแฟ้นพอจะลั่นระฆังวิวาห์ได้ บางครั้งความจริงก็เป็นเรื่องทรมาน แต่ถ้าหลบหนี มันคุณจะยิ่งเจ็บปวดทวีคูณ ลางบอกเหตุบางย่าง เช่น การทะเลาะเบาะแว้ง และสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียด แม้จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณ ตื่นเต้นหรือหวือหวา แต่ถ้ามีเงาของความรุนแรงแฝงอยู่ตลอด จนร่องรอยของความปริร้าวที่เริ่มปรากฏการแยกจากควรเป็นหนทางที่น่าพิจารณาด้วยเช่นกัน


เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงที่ 3 แสดงว่า





พื้นฐานความรักคุณเริ่มลงหลักปักฐาน แต่อย่าเพิ่งวางใจ แม้ว่าคุณจะมีต้นทุนแน่นอนจำนวนหนึ่งแต่ถ้าคุณปล่อยไปตามสภาพโดยไม่รดน้ำพรวนดินต้นรัก ความรักจะจืดจางได้เช่นกัน


ลองดูนะคะว่าช่วงเวลาอันไหนตรงกับตัวของคุณบ้าง


แล้วคราวหน้าจะนำเคล็ดลับดีมาฝากอีกนะคะ


ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลที่ให้ความรู้เกี่ยวกับความรักนะคะ


วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

6 ข้อที่ควรนึกถึง เมื่อมีคนรัก

คนรักกัน อยู่ใกล้กันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง
ไม่มากก็น้อย อยู่กันไปนานๆความหวานก็เริ่มจืดจาง
วันนี้มีวิธีเพิ่มความหวาน
กับ “6 ข้อที่ควรนึกถึง เมื่อมีคนรัก”






นึกถึงสิ่งดีๆ ที่มีให้กันในยามโกรธ

เวลาที่เริ่มโกรธ อารมณ์พลุ่งพล่านเข้าขั้นช้างก็ฉุดไม่อยู่คนที่จะระงับอารมณ์ความโกรธได้ก็คงมีแต่ตัวคุณเองนั่นแหละ ขอให้คุณพยายามนึกถึงสิ่งที่ดีๆ ที่เราเคยทำให้กันไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาบานปลายไปมากกว่านี้


หมั่นให้เวลากันและกัน

เวลาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการมี ความรัก แม้แต่การโทรไปคุยกับเขา หรือเธอเพียงช่วงสั้นๆแล้วป้อนคำคิดถึงให้กัน



เวลาคุยกันก็สบตากันบ้าง

ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ถ้าคุณคุยกับหวานใจ แต่สายตากลับหันไปมองโน่นมองนี่คำพูดที่คุณพูดมันคงไม่ค่อยลึกซึ้งเท่าไหร่หรอก เลิกทำตัวกล้าๆ กลัวๆ ที่จะสบตากัน แล้วคุณจะรู้ว่าบางครั้งแค่มองตากันอย่างเดียวก็ลึกซึ้งเกินคำพูดที่เอ่ยแล้ว


เป็นฝ่ายง้องอนกันบ้าง

ถ้าแฟนของคุณเริ่มมีอาการงอนตุ๊บป่องขึ้นมา ให้รีบง้อเขาซะ สุดแท้แต่ว่าจะง้อยากง้อง่าย


อย่าให้ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างกันเกิน 5 นาที

เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเล็กๆ บ่งบอกถึงรักที่กำลังจืดจางของคุณดังนั้น พยายามเป็นฝ่ายชวนคุย เปิดประเด็นกันบ้างเล็กๆ น้อยๆ


เปิดเผยตัวเองไว้

สรุปได้ว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละที่เป็นสิ่งไม่ควรละเลย นับตั้งแต่เมื่อคุณเริ่มต้นคบกันคิดซะว่าเป็นเรื่องพื้นฐานง่ายๆ ในการที่จะดำรงความรักของคุณ ให้หวานชื่นอบอุ่นอยู่เสมอเป็นสำคัญ

เวลามีคนรัก อย่าลืม 6 ข้อนี้นะคะ แล้วคุณจะไม่มานั่งเสียใจภายหลัง


ขอบคุณที่มาจาก pooyingnaka.com

5 วิธีทำให้ผู้ชายคลั่งไคล้คุณ




ทำให้เขารู้สึกบ่อยครั้งว่าคุณจะขาดเขาไม่ได้ การจะทำให้คู่ชีวิตรู้สึกมีความสุขและมีค่า ก็ต่อเมื่อคุณทำให้เขารู้สึกว่าคุณคือเทพธิดาแห่งความสุขของเขา ให้เขารู้สึกถึงความไว้วางใจและความเป็นเพื่อนสนิทที่รู้ใจ แต่ก็รู้คุณค่าและพร้อมที่จะทำอะไรที่แปลกๆ ด้วยกันเสมอ คุณต้องรู้ถึงความต้องการของเขา เช่น เขาเป็นคนบ้างานจนยากที่จะละทิ้งงานได้ง่ายๆ หากใช่ ก็ใช้วิธีดึงเขาออกมาจากการหมกมุ่นกับงานด้วยการไปรับเขาจากที่ทำงานเสมอ ชวนเขาไปเที่ยวนอกบ้าน อาจจะไปรับประทานอาหารในบรรยากาศที่โรแมนติก ชวนพูดคุยด้วยเรื่องที่จะทำให้เกิดเสียงหัวเราะสนุกสนาน


ทำให้เขารู้สึกมีคุณค่าด้วยคำพูด ในวันหนึ่งๆ คุณก็มีเรื่องต้องทำและรับผิดชอบมากมาย แต่ให้คุณเก็งไว้กับตัวคุณเอง การต่อว่า บ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้ หรือวิจารณ์สิ่งต่างๆ ไม่ทำให้บรรยากาศคลายความตึงเครียดได้ จะดีกว่าถ้าคุณใช้คำพูดเพราะๆ ด้วยถ้อยคำที่ดูอ่อนหวาน มีเสน่ห์ ชื่นชม และคลุมเคลือเล็กน้อย เช่น "ดิฉันรู้สึกอยู่เสมอว่า คุณเป็นผู้ชายที่วิเศษจริงๆ" บอกเขาต่อไปว่าคุณจะรู้สึกอย่างไร หลังจากนั้นใช้คำคมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อประกอบการพูดคุยยได้ในกรณี




พาเขาไปสู่โลกแห่งความสุข ทำชีวิตประจำวันให้มีความสุข ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบพูดคุยเรื่องการจ่ายกับข้าวในแต่ละวัน ฉะนั้น แทนที่คุณจะคุยเรื่องการซื้อของ คุณควรพูดคุยถึงร้านอาหารที่บรรยากาศดีๆ เพลงไพเราะ ภาพยนตร์สนุกๆ หรือพูดบรรยายให้เขาจินตนาการถึงการสวมใส่เสื้อผ้าทันสมัยจนแทบสัมผัสได้ เขาควรจะได้รู้จักความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา ไม่รู้เบื่อในตัวคุณ



การแข่งขันทำให้ผู้ชายมีชีวิตชีวา กฎเดิมๆ ของผู้ชายก็คือ อะไรที่ผู้ชายอื่นชื่นชอบ ชื่นชม ย่อมดีเสมอ เหมือนมีการแข่งขันกัน และถ้าเขาเป็นผู้ชนะก็จะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจ ซึ่งในที่นี้รวมถึงผู้หญิงด้วย ฉะนั้น คุณก็ควรจะทำตัวให้มีเสน่ห์ในสายตาชายอื่นด้วย เพราะอย่างน้อยก็ให้แฟนคุณเห็นว่า คุณยังสวยและมีเสน่ห์เตะตาผู้ชายอื่น แต่แฟนคุณเท่านั้นที่ได้ครอบครองคุณ



ทำให้เขาประหลาดใจ ไม่มีอะไรที่จะยั่วยวนผู้ชายได้เท่ากับความเป็นหญิง คุณควรปั่นอารมณ์เขาเล่นบ้าง เช่น "ดิฉันอยากไปว่ายน้ำกับคุณ เปลือยกายด้วยกันนะ" หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เขาตื่นเต้นประหลาดใจ


ข้อมูลจากนิตยสาร Lisa

5 สัญญาณ แห่งการเริ่มรัก

คุณเคยแอบรักใครหรือเปล่า

เมื่อไปแอบรักใคร แล้วเกิดอาการอยากรู้แต่ไม่อยากถามแล้วละก็ ลองใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมของเขาว่ามีอาการเหล่านี้บ้างหรือเปล่า เพราะอาจจะทำให้คุณทราบถึงสิ่งที่อยู่ในใจของเขาบ้าง เพื่อเป็นสัญญาณให้รู้ว่าเราไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียว







1. อาการแรกที่พบเห็นได้ทั่วไป ก็คือเขาอาจแอบมองโดยที่คุณไม่รู้ตัวหรือการจ้องมองคุณแบบไม่วางตาในขณะที่พูดคุยกัน


2. เวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน เขามักเดินไปพร้อมกับคุณไม่เดินนำหน้าหรือเดินตามหลัง แสดงให้เห็นว่าเขาต้องการที่จะอยู่เคียงข้างคุณและให้คุณเห็นเขาอยู่ในสาย ตาตลอดเวลา ซึ่งเหมือนเป็นประกาศให้โลกรู้ว่า ใครคิดจะเข้าใกล้คุณต้องผ่านเขาไปก่อน


3. ใช้ของหรือใส่เสื้อผ้าที่คุณเป็นคนซื้อ หรือ เลือกให้เป็นประจำ แสดงว่าเขาพยายามทำให้คุณเข้ามาดูแลภาพลักษณ์ของเขาให้เป็นเรื่องปกติ เป็นการปรับตัวเคยชินที่จะมีคุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต


4. เขาพูดถึงอนาคตอีก 3 – 5 ปีข้างหน้า ว่าชีวิตเขาจะเดินไปในทางไหน โดยมีการถามความเห็นจากคุณประกอบไปด้วย นั่นอาจจะเป็นการบอกคุณเป็นนัย ๆ ว่าเขาต้องการที่จะมีคุณไว้ร่วมกันคิดและเป็นคู่ชีวิตของเขาในอนาคต


5. หากเขาให้คุณรับโทรศัพท์ของเขาได้ โดย ไม่ต้องดูว่าใครโทรมา แสดงว่าเขายินดีที่จะเปิดเผยให้คุณรู้เรื่องส่วนตัวของเขาได้ทุกเรื่อง เป็นการยินยอมให้คุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะโทรศัพท์ถือว่าเป็นอาณาจักรส่วนตัวที่เขาจะยอมให้ใครเข้ามาวุ่นวายได้ เป็นเรื่องสุดท้าย


ขอบคุณที่มาที่ให้ความรู้ดีๆเรื่องความรักนะคะ